บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เปิดร้านทำสติกเกอร์แต่งลายรถ

เปิดร้านทำสติกเกอร์แต่งลายรถ

        จัดเป็นธุรกิจนี่มีความน่าสนใจครับอย่างน้อยก็สร้างจุดที่ว่าความเเตกต่างจากผู้คู่เเข่งโดยส่วนตัวผมขนาดตลาดมันยังไม่กว้างมากตอนนี้เเต่ระยะยาวผมว่าน่าสนใจครับ อย่างน้อยถ้าคุณสามารถออกเเบบตัวสติกเกอร์ได้ก็ถือว่าได้เปรียบคู่เเข่งที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดี่ยวกัน



        นางสาวธันยพัฒน์ แสงไทย เจ้าของร้าน Sticker Makeover เล่าว่า ทำสติกเกอร์แต่งสีรถได้ประมาณ 2 ปี จุดเริ่มต้นมาจากครอบครัวขายอุปกรณ์แต่งรถอยู่แล้ว เดิมคุณพ่อขายอุปกรณ์ และทำสีรถให้กับรถแข่ง และได้ลูกค้าที่ชอบรถแข่ง และชื่นชอบลวดลายและสีรถแข่งในสนามก็แต่งตามรถแข่ง โดยทีมรถแข่งที่คุณพ่อออกแบบและทำสีรถให้แนะนำให้มาแต่งรถกับเราทำให้คุณพ่อมีลูกค้า นอกเหนือจากการทำสีรถแข่งในสนาม และยึดอาชีพการขายอุปกรณ์และแต่งรถตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันทีมรถแข่งก็ยังคงใช้บริการของคุณพ่ออยู่ในส่วนของการแต่งสีรถ และจากการทำสีก็เปลี่ยนมาเป็นสติกเกอร์แทน


       ในส่วนของ Sticker Makeover เป็นร้านแยกตัวมาทำเอง เปิดให้บริการอยู่ที่ถนนติวานนท์ ห้าแยกปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นการใช้สติกเกอร์แต่งสีรถ เป็นหลัก สติกเกอร์ที่ใช้เป็นสติกเกอร์ที่มีตัวแทนจำหน่ายนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยเลือกใช้ยี่ห้อ 3M และ Oracal จากประเทศเยอรมนี เพราะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อถือในมาตรฐาน แต่ถ้าขายดีก็ยังคงเป็น 3M เพราะลูกค้ารู้จักเชื่อมั่นในคุณภาพมานานกว่า ซึ่งปัจจุบันทั้งสองแบรนด์ผลิตในประเทศจีนและตัวแทนจำหน่ายก็นำเข้ามาจากประเทศจีน


     
       สำหรับการแต่งรถด้วยสติกเกอร์ ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ เริ่มจากการ Warp สติกเกอร์ทั้งคัน การแต่งสติกเกอร์ หุ้มเคฟลาร์ และที่นิยมในตอนนี้ก็ต้องเป็นสติกเกอร์บอมบ์ BOMB หรือถ้าไม่ต้องการเปลี่ยนสีรถ แต่ต้องการเคลือบสีรถ มีสติกเกอร์สีใสสำหรับป้องกันรอยขีดข่วน และป้องกันสีรถไม่ให้ซีดจางโดยที่สีรถไม่เปลี่ยน ซึ่งในส่วนของสติกเกอร์จะมีแบบใหม่มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เหมือนเป็นสินค้าแฟชั่น เมื่อมีแบบใหม่ออกมา และมีรถนำมาติดออกไปวิ่งตามท้องถนน คนเห็นก็จะมาทำตาม



       “ การเปลี่ยนสีรถแบบสติกเกอร์ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าจะรู้จักการให้บริการตรงนี้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการก็จะแนะนำสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ลูกค้าหันมาให้ความสนใจและเปลี่ยนสีรถโดยใช้สติกเกอร์กันมากขึ้น เพราะด้วยราคาที่ถูกกว่าทำสีมากกว่า 50% อย่างการเปลี่ยนสีรถทั้งคันด้วยการ Warp ราคาเริ่มต้น 15,000 บาท แต่การแต่งลายรถอยู่ในหลักพันบาทเท่านั้น คนหันมาสนใจแต่งลายรถสติกเกอร์กันมากขึ้น และที่สำคัญไม่ทำให้สีรถเสียหาย”

       นางสาวธันยพัฒน์บอกกับเราว่า ในปีนี้ถือว่า สติกเกอร์เปลี่ยนสีรถได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะโครงการรถคันแรก และมีรถซิตี้คาร์ รถเล็กออกมามาก และรถเล็กพอแต่งแล้วจะดูโดดเด่น ส่วนใหญ่รถเล็กที่ออกมาจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งชอบการแต่งรถอยู่แล้ว เมื่อรถยี่ห้อไหน ออกรถใหม่มาจะมีรถยี่ห้อนั้นมาติดกันเยอะ ในส่วนของแบบ ส่วนใหญ่ดูแบบมาจากการแต่งรถในต่างประเทศ ซึ่งเราเองดูแบบมาจากต่างประเทศเช่นกัน และตัวแทนจำหน่ายก็จะมีสติกเกอร์ในแบบที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศมานำเสนอ ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็จะให้เราช่วยแนะนำและออกแบบให้มากกว่า
     
       สำหรับอายุการใช้งานของสติกเกอร์อยู่ได้ประมาณ 2-5 ปีแล้วแต่คุณภาพ แต่เนื่องจากเป็นสินค้าแฟชั่น ลูกค้าจะติดได้ไม่เกิน 2-5 เดือน ก็นำมาเปลี่ยนลาย ทำให้ร้านสติกเกอร์ที่เปิดให้บริการจำนวนมากมีลูกค้าเข้าไปใช้บริการอยู่เรื่อย ในส่วนของ Sticker Makeover มีลูกค้าประจำอยู่ค่อนข้างมาก เมื่อมีลายใหม่มาเราก็จะนำเสนอลูกค้า และทางร้านยังเปิดให้บริการแต่งรถมอเตอร์ไซค์ด้วย ส่วนแบบสติกเกอร์ลายรถนั้น ปีหนึ่งทางผู้ผลิตมีแบบใหม่ให้เลือกมากกว่า 20-30 แบบ ทำให้ร้านเรามีแบบใหม่มานำเสนอลูกค้าได้เข้ามาใช้บริการอยู่เรื่อย



       ส่วนขั้นตอนการทำก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแต่อาจจะต้องทำในห้องปรับอากาศเพื่อป้องกันฝุ่น การติดสติกเกอร์คันหนึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงแล้วแต่ความยากง่าย และขนาดของรถ ส่วนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเฉลี่ยต่อวันประมาณ 2-3 คัน การแข่งขันในธุรกิจนี้อยู่ที่ความประณีต และความละเอียดในการทำงาน เพื่อให้ได้ผลงานที่ดี และถูกใจลูกค้า ปัจจุบันความนิยมในการทำสติกเกอร์แต่งลายรถไม่ได้มีเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น แต่ในตลาดต่างจังหวัดก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน
     
       โทร. 08-4095-5941, www.stickermakeover.com

ที่มา ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9550000137825

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การทำธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับกำไรงามๆ

การทำธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับกำไรงามๆ

   ธุรกิจในกลุ่มนี้ต้องออกตัวก่อนเลยนะครับว่าเป็นธุรกิจที่มีการเเข่งขันกันไม่สูงมากนักเเต่ ขนาดตลาดก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายดังนั้น คอนเทน ที่จะทำให้ธุรกิจนี้อยู่ได้ก็คือ ไอเดียครับ พี่น้องยกตัวอย่างจากบทความนี้นะครับ


    ธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าจับตามอง เพราะคนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจการปลูกต้นไม้กันมากขึ้น โดยเฉพาะการปลูกผักสวนครัวเพื่อตกแต่งบ้าน วันนี้มีเรื่องราวของพริกสายพันธุ์เม็กซิกัน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มของคนชอบการแต่งสวน


     
       ที่ผ่านมา การแต่งสวนในสไตล์ผักสวนครัวได้รับความนิยม เพราะไม่ได้แค่การแต่งสวนที่สวยงามจากพืช ผักแล้ว ยังได้กินผลผลิตที่ออกมาด้วย และจุดเด่นของพริกเม็กซิกันอยู่ที่ผล ซึ่งมีรูปทรง และสีสันสดใสสวยงามสะดุดตา ใครที่ชอบการแต่งสวนแนวสีสันสดใสจะชอบพริกเม็กซิกันอย่างแน่นอน


       ปัจจุบันตลาดของไม้ประดับพริกเม็กซิกันมีการนำออกมาขายให้เห็นกันบ้างแล้วแต่ยังไม่มากนัก สาเหตุมาจากคนไทยยังชอบการปลูกไม้ดอกมากกว่า แต่สำหรับ สวนสุขฆะโตพันธุ์ไม้ ร้านไม้ดอกไม้ประดับที่เปิดให้บริการขายต้นไม้สายพันธุ์แปลก หายาก อยู่ที่ตำบลพังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จุดขายของร้านอยู่ที่ต้นไม้พันธุ์หายาก หรือการเพาะสายพันธุ์ต้นไม้ใหม่ ต้นไม้ที่ลูกค้านึกถึงเมื่อมาร้านสุขฆะโต ต้องยกให้ไม้พระราชทานอย่าง มหาพรหมราชินี ปาล์มบังสูรย์ จำปีแดง ฯลฯ
     
       นางสาวรัชดาพร จูสวย เจ้าของร้านสุขฆะโต เล่าว่า ครอบครัวของตนเปิดร้านไม้ดอกไม้ประดับมานานกว่า 20 ปี เริ่มจากคุณพ่อเป็นคนชอบปลูกต้นไม้มาก และได้เพาะพันธุ์ไม้หายากไว้หลายชนิด มีคนสนใจมาติดต่อขอซื้อไปแต่งสวนบ่อยๆ ส่วนใหญ่ทางร้านเน้นไปที่ไม้ยืนต้นใหญ่ ก็เลยตัดสินใจเปิดร้าน และเริ่มหาต้นไม้ประดับที่ลูกค้านิยมมาขยายพันธุ์ และขายหน้าร้าน นอกจากนี้ จุดเด่นของร้านเพาะขยายพันธุ์เองทำให้ได้ต้นไม้สายพันธุ์ที่แปลกใหม่ เช่น จำปีสีแดง ดอกหน้าวัวในสีที่แตกต่างจากหน้าวัวที่มีในท้องตลาด เป็นต้น




       “ครั้งแรกร้านเราเติบโตมาจากร้านขายต้นไม้ใหญ่ แต่ช่วงหลังความนิยมต้นไม้กระถางเริ่มมีมากขึ้น หลังจากบ้านใหม่หลังเล็กลง และคนนิยมปลูกต้นไม้ในบ้าน คอนโดฯ หรือออฟฟิศ ทำให้เราต้องหันมามองต้นไม้เล็กๆ ที่ปลูกในบ้าน คอนโดฯ อย่างล่าสุดมีต้นไม้กันยุง อย่างสนหอม และต้นพริกเม็กซิกันออกมาจำหน่าย จุดขายของไม้ประดับทั้ง 2 ชนิดแตกต่างกัน อย่างสนหอมเหมาะต่อการปลูกในบ้านเพราะสามารถกันยุงได้ เมื่อนำใบมาถูกันก็จะออกกลิ่นหอมคล้ายตะไคร้หอม และด้วยรูปทรงของสนหอมคล้ายต้นคริสต์มาส จึงนิยมนำมาประดับเป็นต้นคริสต์มาสในช่วงเทศกาล บางคนเรียกว่า ต้นคริสต์มาส จะพบมากในประเทศมาเลเซีย”
     
       ในส่วนของร้านสุขฆะโต มีการนำเข้าสนหอมมาจากมาเลเซีย มาหลายปีแล้วจนสามารถขยายพันธุ์เองได้ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา เพื่อให้ต้นไม้สามารถปรับตัวเอง และเจริญเติบโตในอากาศบ้านเราได้ แต่โชคดีที่ภาคใต้อากาศใกล้เคียงกับทางมาเลเซียอยู่แล้ว ต้นไม้จึงปรับตัวได้ไม่ยาก สนหอมจะเริ่มนำออกขายได้เมื่ออายุประมาณ 1-2 ปี ราคาเริ่มต้นที่ 180 บาท ซึ่งต้นที่สามารถนำมาแทนต้นคริสต์มาสได้ต้องมีอายุประมาณ 3 ปี



       สำหรับในส่วนของพริกเม็กซิกัน จะเป็นการนำเมล็ดมาเพาะขยายพันธุ์และเลี้ยงเอง จนได้พริกเม็กซิกันที่มีสีสดใสให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีแดง สีม่วง สีส้ม จุดเด่นของพริกเม็กซิกันคือ ออกผลจำนวนมากเต็มต้น และด้วยรูปทรงและสีเป็นจุดขายให้พริกเม็กซิกันได้รับความนิยมในกลุ่มของคนแต่งสวน หรือถ้าจะนำไปปรุงอาหารก็สามารถทำได้ ซึ่งพริกเม็กซิกันจะต่างจากพริกทั่วไปของบ้านเราเพราะเป็นพริกที่มีความเผ็ดมาก คนไทยจึงไม่ค่อยนิยมนำมาทำอาหาร กลัวเรื่องความเผ็ด
     
       ทั้งนี้ พริกเม็กซิกันสามารถปลูกได้ทั่วไปเพราะเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนเหมือนพริกบ้านเรา การขยายพันธุ์ง่าย แค่ใช้เมล็ดก็ขยายพันธุ์ได้ ต่างจากสนหอมที่ใช้การตัดและตอนกิ่ง ในส่วนของพริกเม็กซิกันที่นำมาทำเป็นไม้ประดับใช้วิธีการบังคับการเติบโตของลำต้นไม่ให้ใหญ่มาก ราคาขายต้นละ 180 บาท อายุประมาณ 2-6 เดือนก็สามารถนำออกมาขายได้ อายุของพริกประมาณ 1-2 ปี เริ่มจากพริกสีเขียวก่อน และพอเติบโตเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง สีส้ม สีม่วง การออกผลจะออกใหม่ทุกครั้งเมื่อพริกเม็ดเดิมร่วงหล่นไป


       ทางร้านสุขฆะโตได้นำพริกเม็กซิกันมาเปิดตัวในงานบ้านและสวน 2012 มีลูกค้าให้ความสนใจค่อนข้างมาก เพราะผลของพริกที่ออกเต็มต้น และสีสันที่สดใสเป็นจุดสนใจของลูกค้า รวมไปถึงข้อความที่เขียนถึงความเผ็ดของพริกเม็กซิกัน ส่งผลให้พริกเม็กซิกันที่โชว์ในงานได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
     
       โทร. 08-2777-8147
ที่มา ผู้จัดการครับพี่น้อง


วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การเปิดร้านขายปุ๋ยเคมีเกษตร


การเปิดร้านขายปุ๋ยเคมีเกษตร

ผู้ประกอบการร้านค้าทุกรายต้องมีใบอนุญาต และปฏิบัติตาม พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 พรบ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 และ พรบ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518

หน้าที่ผู้ประกอบการร้านค้า


1. ผู้ประกอบการร้านค้าทุกราย ต้องมีใบอนุญาตของกรมวิชาการเกษตรในการขายสารเคมี ปุ๋ยเคมี และพันธุ์พืช ผู้ใดขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ผู้ใดขายวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาแล้ว มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
( วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ในปี 2547 มี 96 ชนิด มีชื่อสามัญ เช่น methamidophos endosulfan และ parathion methyl เป็นต้น )
3. ร่วมมือกับภาครัฐ โดยซื้อสินค้าจากบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย สารเคมี ปุ๋ยเคมี และพันธุ์พืช ต้องผ่านการจดทะเบียนรับรองจากกรมวิชาการเกษตร รวมทั้งจัดสถานที่เก็บสารเคมี อย่างถูกต้องเหมาะสม
4. ผู้ขายสารเคมีทุกราย ต้องมีใบประกาศนียบัตรของกรมวิชาการเกษตร โดยผ่านการฝึกอบรมความรู้ด้านวัตถุอันตรายสามารถให้ความรู้แก่เกษตรกรได้
5. ทุกครั้งที่ขายสารเคมี ปุ๋ยเคมี และพันธุ์พืช ต้องให้ข้อมูลตามฉลากที่กรมวิชาการเกษตรรับรอง หรือใช้ภาษาที่เกษตรกรเข้าใจง่าย เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
การขอใบอนุญาตและต่อใบอนุญาตวัตถุอันตราย ปุ๋ยเคมี และพันธุ์พืช
หลักฐานผู้ประกอบการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร
1.สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนพาณิชย์
เลขที่สถานประกอบการค้าต้องตรงกับร้านที่ขาย
4. สำเนาใบประกาศอบรมวัตถุอันตราย
ผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตราย ทางการเกษตร
5. แบบคำขอ วอ.7
ขอได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 (ต้องเซ้นต์รับรองสำเนาทุกฉบับ)
หลักฐานผู้ประกอบการขายปุ๋ยเคมีหรือมีไว้ขาย
1.สำเนาบัตรประชาชน
2.สำเนาทะเบียนบ้าน
3.สำเนาทะเบียนพาณิชย์
เลขที่สถานประกอบการค้าต้องตรงกับร้านที่ขาย
4. แบบคำขอ ปค.1
ขอได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
( ต้องเซ็นต์รับรองสำเนาทุกฉบับ )
หลักฐานผู้ประกอบการขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม
1.สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาทะเบียนพาณิชย์
เลขที่สถานประกอบการค้าต้องตรงกับร้านที่ขาย
4. แบบคำขอ พพ.1
ขอได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
( ต้องเซ็นต์รับรองสำเนาทุกฉบับ )
สหกรณ์
1. ใบสำคัญจดทะเบียนสหกรณ์
2. หนังสือรับรองผู้มีอำนาจลงนาม
3. สำเนาบัตรผู้มอบอำนาจ
4. สำเนาบัตรผู้รับมอบอำนาจ
5. หนังสือมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท/ชุด
6. หนังสือรับรองสถานที่ตั้งสหกรณ์
( ต้องเซ็นต์รับรองสำเนาทุกฉบับ )
นิติบุคล
1. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน หจก.
2. หนังสือรับรองการจดทะเบียน หจก.
ผู้มีอำนาจลงนาม
3. รายละเอียดวัตถุประสงค์
4. สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม
-หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท/ชุด – สำเนาบัตรผู้รับรองอำนาจ
( ต้องเซ็นต์รับรองสำเนาทุกฉบับ )
ค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาต
ผู้ประกอบการร้านค้า ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาตทุกปีที่หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตร
ปุ๋ยเคมี 100 บาท / ฉบับ / ปี
พันธุ์พืช 100 บาท / ฉบับ / ปี
วัตถุอันตราย 500 บาท / ฉบับ / ปี
กรณีให้ส่งใบอนุญาตทางไปรษณีย์ เพิ่มค่าลงทะเบียน 30 บาท ติดต่อด้วยตนเอง หรือ ส่งหลักฐานพร้อมธนาณัติสั่งจ่าย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130 โทร.0-5531-1991,
โทรสาร 0-5531-1406 หรือ 0-5531-1407
กรณีให้ส่งใบอนุญาตทางไปรษณีย์ เพิ่มค่าลงทะเบียน 30 บาท ติดต่อด้วยตนเอง หรือ ส่งหลักฐานพร้อมธนาณัติสั่งจ่าย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130 โทร.0-5531-1991, โทรสาร 0-5531-1406 หรือ 0-5531-1407
หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถาม ศูนย์บริการวิชาการแบบเบ็ดเสร็จ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
โทร 0-5531-1991 ,0-5531-14061
สถานที่ขอใบอนุญาตและต่อใบอนุญาต
* จังหวัดพิษณุโลก
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130
Tel:0-5531-1991 Fax:0-5531-1406,
0-5531-1407
หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถาม ศูนย์บริการวิชาการแบบเบ็ดเสร็จ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
โทร 0-5531-1991 ,0-5531-14061
สถานที่ขอใบอนุญาตและต่อใบอนุญาต
* จังหวัดพิษณุโลก
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130
Tel:0-5531-1991 Fax:0-5531-1406,
0-5531-1407
ศูนย์วิจัยพืชไร่พิษณุโลก ต.วังทอง อ.วังทอง
จ.พิษณุโลก 65130Tel: 0-5531-1888
Fax: 0-5531-1368
*จังหวัดอุตรดิตถ์
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
ส่วนแยก วิจัยวัตถุมีพิษ อุตรดิตถ์
ต.ชัยชุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ 53130
Tel: 0-5543-6317 Fax: 0-5543-6318
*จังหวัดเพชรบูรณ์
ศูนย์วิจัยพืชไร่เพชรบูรณ์ ต.สะเดียง
อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000
Tel: 0-5672-1507 Fax: 0-5672-0687
ศูนย์วิจัยพืชสวนเพชรบูรณ์ ( เขาค้อ )
ต.สะเคาะพง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
Tel: 0-5681-0024 Fax: 0-5681-0025
*จังหวัดพิจิตร
ศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตร ต.โรงช้าง อ.เมือง
จ.พิจิตร 66000
Tel: 0-5699-0037 Fax: 0-5661-2351
*จังหวัดตาก
ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตตาก อ.เมือง จ.ตาก 63000
Tel: 0-5551-2131 Fax: 0-5551-4034
*จังหวัดสุโขทัย
ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตสุโขทัย ( ศรีสำโรง ) อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย 64120 Tel: 0-5568-1384 Fax: 0-5568-1385
สถานที่ขอใบอนุญาตและต่อใบอนุญาต
*หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทุกแห่งทั่วประเทศ
* เขตภาคเหนือตอนล่าง
ส่งหลักฐานทางไปรษณีย์ถึงสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 พร้อมธนาณัติสั่งจ่าย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65130
มีปัญหาติดต่อสอบถามได้ที่
หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตรทุกแห่งทั่วประเทศ
* www.doa.go.th
* สำนักควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตร
Tel: 02-9406573 Fax: 02-5798535
* สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2
Tel: 0-5531-1991 Fax: 0-5531-1406
E-mail: oard2 .com

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ความรู้เกี่ยวกับการเปิดร้านขายยาแผนโบราณ


ความรู้เกี่ยวกับการเปิดร้านขายยาแผนโบราณ
พรบ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒
พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.๒๕๔๒
มาตรา ๔ การประกอบโรคศิลปะ หมายความว่า..การประกอบวิชาชีพที่กระทำหรือมุ่งหมายจะกระทำต่อมนุษย์ เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การบำบัดโรค การป้องกันโรค การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพ การผดุงครรภ์ แต่ไม่รวมถึงการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นตามกฏหมายว่าด้วยการนั้นๆ
การแพทย์แผนไทย หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะตามความรู้หรือตำราแบบไทย
ที่ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมาหรือตามการศึกษาจากสถานศึกษาที่คณะกรรมการรับรอง
เวชกรรมไทย หมายความว่า การตรวจ การวินิจฉัย การบำบัด หรือการป้องกันโรค
ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
เภสัชกรรมไทย หมายความว่า การกระทำในการเตรียมยา การผลิตยา การประดิษฐ์ยาการเลือกสรรยา การควบคุมและการประกันคุณภาพยา การปรุงยาและการจ่ายยาตามใบสั่งยา ของผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย และการจัดจำหน่ายยาตามกฎหมายว่าด้วยยาทั้งนี้ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
การผดุงครรภ์ หมายความว่า การตรวจ การบำบัด การแนะนำ และการส่งเสริมสุขภาพหญิงมีครรภ์การป้องกันความผิดปกติในระยะตั้งครรภ์และระยะคลอด การทำคลอด การดูแลและส่งเสริมสุขภาพมารดาและทารกในระยะหลังคลอด ทั้งนี้ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หมายความว่า การประกอบโรคศิลปะตามการศึกษาจากสถานศึกษษที่คณะกรรมการรับรอง และใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและบำบัดโรคตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้ประกอบโรคศิลปะ หมายความว่าผู้ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะจากคณะกรรมการวิชาชีพ
มาตรา ๕ การประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้แบ่งออกเป็นสาขาต่างๆดังนี้
๑. สาขาการแพทย์แผนไทย ได้แก่ เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย การผดุงครรภ์ และการแพทย์แผนไทย
ประเภทอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ
๒. สาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์
๓. สาขากายภาพบำบัด
๔. สาขาเทคนิคการแพทย์
๕. สาขาอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การเริ่มต้นทำธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา

การเริ่มต้นทำธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา

พูดถึงโรงเรียนกวดวิชาเนี่ย ถ้า ทำดีมีชื่อเสียงเเละมีอาจารย์ดีมาสอน มีสถานที่ดีๆ รับรองไ้ด้ครับรอรับเงินอย่างเดียวเลยครับพี่น้องผองเพื่อน
เนื่องจากปัจจุบันมีโรงเรียนกวดวิชาเกิดขึ้นมากมายในจังหวัดลพบุรี  มีทั้งที่เปิดถูกต้องตามกฎหมายและที่เปิดไม่ถูกต้อง เพราะผู้ปกครองและนักเรียนให้ความสำคัญกับโรงเรียนกวดวิชามากขึ้น  มีผู้ปกครองบางท่านลงทุนเหมารถตู้ให้บุตรหลานเข้าไปเรียนกวดวิชาในกรุงเทพฯทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ก็มี โรงเรียนกวดวิชาเป็นโรงเรียนเอกชนตามมาตรา 15(2)
        ปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต1 มีโรงเรียนเอกชนมาตรา 15(2)ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 ที่ขออนุญาตเปิดถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 54 โรงเรียน ดังนี้
ประเภทกวดวิชา
1.โรงเรียนกวดวิชาสหวิทย์
2.โรงเรียนกวดวิชานารายณ์บัณฑิต
3.โรงเรียนกวดวิชาเสริมหลักสูตร อำนวย
4.โรงเรียนกวดวิชาเสริมหลักสูตรวิชัย
5.โรงเรียนกวดวิชาดาวตะวัน
6.โรงเรียนกวดวิชาเอกคณิต
7.โรงเรียนกวดวิชาเอราวัณ
8.โรงเรียนกวดวิชาและภาษารศิน
9.โรงเรียนกวดวิชาบ้านความรู้
10.โรงเรียนกวดวิชาวัชริศ
11.โรงเรียนกวดวิชาจักรดาว
12.โรงเรียนกวดวิชารักเรียน
13.โรงเรียนกวดวิชากนกพรรณ
14.โรงเรียนกวดวิชาฟิสิกส์สุพัตรา
15.โรงเรียนกวดวิชาสระแก้ว
16.โรงเรียนกวดวิชาอมรชัย
17.โรงเรียนกวดวิชาสุกัญญา
18.โรงเรียนกวดวิชาไพรัช
19.โรงเรียนกวดวิชาทองทิพย์วิทยา
20.โรงเรียนกวดวิชากรุงเทพฯบัณฑิต
21.โรงเรียนกวดวิชา ณ แมน
22.โรงเรียนกวดวิชาภาษาวาทินี
23.โรงเรียนกวดวิชาแสงตะวัน
24.โรงเรียนกวดวิชาภัทรภรลพบุรี
25.โรงเรียนกวดวิชาวัชรปัญญา
26.โรงเรียนกวดวิชาอาจารย์เก็ท
27.โรงเรียนกวดวิชาเลิศวิทย์
28.โรงเรียนกวดวิชาพิชรี
29.โรงเรียนกวดวิชาบ้านแสนรัก
30.โรงเรียนกวดวิชาวิชญาพร
31.โรงเรียนกวดวิชาวิทย์คณิต
32.โรงเรียนกวดวิชารัชนี
ประเภทศิลปและอาชีวศึกษา
33.โรงเรียนดนตรีสุจินดา
34.โรงเรียนเสริมสวยเกศไพบูลย์
35.โรงเรียนสอนตัดเสื้อจุฑาทิพย์
36.โรงเรียนคอม ฯและภาษาลพบุรี
37.โรงเรียนลพบุรีการแพทย์แผนไทย
38.โรงเรียนศรีวิจิตรพิมพ์ดีด
39.โรงเรียนเสริมสวยกัลยา
40.โรงเรียนเชาวลิตคอมพิวเตอร์
41.โรงเรียนบ้านรำไทย
42.โรงเรียนนงนุชพิมพ์ดีด
43.โรงเรียนนวัตกรรมเทนนิส
44.โรงเรียนวิทยาศาสตร์ชีวิตและศิลปะ
45.โรงเรียนสอนภาษาปรียากุล
46.โรงเรียนพิชญะการดนตรี
47.โรงเรียนภาษาหัวเต๊อะวิทยา
48.โรงเรียนศิลปะและการแสดงรักศิลป์
49.โรงเรียนภาษาสนุกลพบุรี
50.โรงเรียนบ้านเพลงการดนตรี
51.โรงเรียนภาษาเรียนสนุก
52.โรงเรียนสอนกอล์ฟ ธงชัยใจดี
53.โรงเรียนลดาคอมฯและภาษา
54.โรงเรียนเสริมสวยสุเทวี
                    (  ข้อมูล  10  มิถุนายน  2550  )          ดังนั้น  โรงเรียนที่ไม่มีรายชื่อจะถือว่าเป็น  “โรงเรียนกวดวิชาที่เปิดสอนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย” ตามระเบียบฯโรงเรียนที่ขอจัดตั้งถูกต้องตามกฏหมายจะต้องรายงานการดำเนินกิจการให้ สพท.ลบ.1ทราบทุกเดือน
และถ้าต้องการจะเปิดโรงเรียนกวดวิชาให้ถูกต้องจะต้องดำเนินการยื่นคำร้องขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนพร้อมเอกสารประกอบ ดังนี้
1.แบบรายการประวัติย่อของผู้ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนท้ายแบบ สช.1
2.เอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดิน  หรือสัญญาเช่า
3.สำเนาทะเบียนบ้าน
4.หลักฐานแสดงความรู้
5.หลักฐานแสดงว่ามีสัญชาติไทยโดยการเกิด
6.รูปถ่าย 1 นิ้ว หน้าตรงไม่สวมหมวก  จำนวน 3ใบ
7.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
8.หนังสือยินยอมของคู่สมรส
9.ระเบียบการของโรงเรียน
10.แผนผังโรงเรียน/ห้องเรียน
11.แผนการเรียน
12.โครงการ
13.ผู้รับรองข้าราชการตั้งแต่ระดับ 4 ขึ้นไป พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ
โรงเรียนใดที่ไม่มีรายชื่อและประสงค์จะจัดตั้งให้ถูกต้องให้นำเอกสารทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วไปยื่นเรื่องขอจัดตั้งโรงเรียนเอกชนตามมาตรา15(2)ได้ที่กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน

ทำธุรกิจตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ


ทำธุรกิจตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ
กระแสธุรกิจบริการเครื่องหยอดเหรียญอัตโนมัติ กำลังเป็นที่นิยมของมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องการมีรายได้เสริมโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปคอยดูแลร้าน ไม่ว่าจะเป็นตู้น้ำดื่ม หรือเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ซึ่งเครื่องหยอดเหรียญเหล่านี้ ล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน ตอบสนองความต้องการได้ตรงจุดโดยเฉพาะย่านชุมชนไม่เว้นแม้แต่วงการสื่อสารในสังคมปัจจุบัน ที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในกลุ่มของนิสิตนักศึกษา หรือนักเรียน ส่วนใหญ่จะใช้มือถือแบบเติมเงิน แต่หากจะให้ซื้อบัตรเติมเงินในหลักร้อยบาท คงจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างคิดหนักอยู่เหมือนกัน จากจำนวนเงินในกระเป๋า
ตู้เติมเงินหยอดเหรียญใช้งานง่าย
ซึ่งตรงนี้เองทำให้บริษัท ธนทัต โซลูชั่น จำกัด คิดผลิตตู้เติมเงินมือถือขึ้น โดยหาจุดด้อยจากตู้เติมเงินมือถือทั่วไป นำมาเสริมเป็นจุดแข็งให้กับธุรกิจ จนกลายเป็นผู้ประกอบการหนึ่งเดียวของไทยที่ได้นำเอาระบบ GPRS มาใช้กับตู้เติมเงินมือถือ ที่เจ้าของสามารถเช็คข้อมูลการเติมเงินของลูกค้าได้ตลอดเวลาผ่านอินเทอร์เน็ตตู้เติมเงินมือถือภายใต้แบรนด์ Feel Top เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการหัวใสที่สามารถอุดช่องว่างทางการตลาดธุรกิจตู้เติมเงินมือถือได้สำเร็จ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาในกรณีที่เครื่องมีปัญหา ลูกค้าไม่สามารถเติมเงินได้ หรือเงินไม่เข้า ด้วยศูนย์ Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องออกมาดูแลลูกค้าเอง เพราะมีทีมงานจากแฟรนไชส์ซอว์เตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือ
นายกิตติ์ธนา ประเสริฐสุนทร ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ธนทัต โซลูชั่น จำกัด เล่าว่า แต่เดิมตนเองอยู่ในแวดวงของการสื่อสาร โดยเป็นผู้ให้เช่า Video Conferences ตามโรงแรมหรือหน่วยงานต่างๆ จนเห็นโอกาสทางธุรกิจของตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือแบบหยอดเหรียญที่มีอยู่ทั่วไปว่ายังมีปัญหาบางเรื่องที่สร้างความไม่สะดวกให้กับผู้ใช้งานและเจ้าของธุรกิจ รวมถึงขณะนี้อัตราการเติบโตของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นธุรกิจการขายบัตรเติมเงินจึงเติบโตตามกระแสนี้ไปด้วย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าที่ผ่านมาบัตรเติมเงินมูลค่า 50 บาท หาซื้อได้ยากเต็มที จะมีก็แต่บัตรราคาหลัก 100 บาทขึ้นไป ทำให้ผู้ที่มีรายได้น้อย หรือไม่ต้องการที่จะเติมเงินในจำนวนมากต้องประสบปัญหาดังกล่าว จากจุดนี้เองทำให้มีตู้เติมเงินขึ้นเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งกับลูกค้า เพราะมีเงินเพียง 10-20 บาทก็สามารถมีเงินในโทรศัพท์เพื่อโทรอออกได้แล้ว
ใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้
“การที่ผมอยู่ในแวดวงสื่อสารอยู่แล้ว ทำให้การคิดนำระบบ GPRS เข้ามาใช้กับธุรกิจตู้เติมเงินมือถือจึงเป็นเรื่องที่ยากไม่มากนัก โดยใช้เวลาทดลองระบบประมาณ 8 เดือน จนสามารถอุดโหว่ต่างๆ ได้สำเร็จ เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานและเจ้าของธุรกิจ จากศูนย์ Call Center 24 ชั่วโมง”
สำหรับจุดเด่นของตู้เติมเงินมือถือ Feel Top ได้มีการนำเอาระบบออนไลน์มาใช้ โดยยึดถือสโลแกนง่ายว่า “เติมเงินง่าย ดูได้ผ่านเน็ต” ซึ่งคำว่าเติมเงินง่าย แปลว่า ลูกค้าที่มาเติมเงินปุ๊บ ก็ต้องใช้งานได้ปั๊บ ส่วนคำว่า ดูได้ผ่านเน็ตนั้น หมายถึง คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ย่อมต้องการรู้ว่ามีเงินอยู่ในตู้กี่บาท มีลูกค้ามาใช้บริการกี่คน และเป็นเบอร์อะไรบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าของตู้ต้องเดินทางไปดูด้วยตัวเอง ในขณะที่ Feel Top เจ้าของธุรกิจเพียงเปิดอินเทอร์เน็ต เช็คดูข้อมูลเหล่านี้ได้ตลอดเวลา โดยทางบริษัทฯ ได้ทำการส่งข้อมูลเหล่านี้จากทุกตู้ผ่านสัณญาณ GPRS แล้วนำข้อมูลมารวมกันไว้ที่ส่วนกลาง เพื่อพร้อมออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที
ทำเลทองย่านโรงงานอุตสาหกรรม
ส่วนรูปแบบการลงทุนทาง Feel Top ได้แบ่งการลงทุนออกเป็นรุ่นต่างๆ ดังนี้ 1.รุ่น Mr. Feel-Top แบบยืน (เหรียญ+ธนบัตร) ราคา 59,000 บาท 2.รุ่น Mr. Feel-Top แบบนั่ง (เหรียญ+ธนบัตร) ราคา 54,900 บาท 3.รุ่น Mr. Feel-Top แบบยืน (เหรียญ) ราคา 43,900 บาท 4.รุ่น Mr. Feel-Top แบบนั่ง (เหรียญ) ราคา 39,900 บาท และรุ่น NT-073 Classic รับได้เฉพาะเหรียญอย่างเดียว รุ่นนี้จะบางกว่ารุ่นอื่น เหมาะสำหรับร้านขายของชำที่มีเหรียญให้แลก ราคาเพียง 29,900 บาท โดยเน้นทำเลย่านสถานศึกษา โรงงานอุตสาหกรรม และชุมชน
นายกิตติ์ธนา กล่าวทิ้งท้ายเกี่ยวกับเทรนด์ตู้เติมเงินมือถือว่า ยังมีการเติบโตในทิศทางที่ดี โดยเป็นแบบก้าวกระโดด เพราะขณะนี้บริษัทเจ้าของระบบในไทย อย่าง ดีแทค เอไอเอส และทรู กำลังลดต้นทุนในการผลิตบัตรเติมเงิน ดังนั้นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้บริการบัตรเติมเงิน ต้องปรับพฤติกรรมมาเป็นการเติมเงินแบบออนไลน์แทน ทำให้โอกาสธุรกิจนี้ยังเป็นธุรกิจที่น่าลงทุน เพราะหากใครที่คิดจะลทุนก่อน ก็จะสามารถเลือกทำเลทองให้กับตนเองได้ก่อนเช่นกัน

เปิดร้านขายราดหน้าแฟรนไชส์


เปิดร้านขายราดหน้าแฟรนไชส์
ร้าน “ราดหน้าอาหลิว” นำสูตรโบราณของรุ่นพ่อ เมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว กลับมาให้บริการคนเมืองรุ่นใหม่ จนประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขาย และชื่อเสียง พร้อมต่อยอดความสำเร็จ โดยอาศัยช่องว่างตลาดรุกขายแฟรนไชส์ วางตำแหน่งให้เป็นร้านราดหน้าเกรดเอครองใจลูกค้าระดับกลางบนขึ้นไป
ฌานิน เลาทองดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลดี เรสเตอรองท์ จำกัด เจ้าของร้านราดหน้าอาหลิว เล่าว่า เปิดร้านมาประมาณ 4 ปี อยู่บริเวณถนนสิรินธร ใกล้สี่แยกบางพลัด โดยนำสูตรของคุณพ่อที่เคยเปิดร้านราดหน้าเล็กๆ ตั้งแต่ พ.ศ.2505 กลับมาขายอีกครั้ง มีจุดเด่นความอร่อยจากเส้นผัดน้ำมันมีกลิ่นไหม้อ่อนๆ น้ำราดรสกลมกล่อม และทีเด็ดจากเนื้อหมูนุ่ม

ราดหน้าชุบไข่ เมนูดังประจำร้าน
นอกจากนั้น ยังสร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่ของตัวเอง แตกต่างจากราดหน้าในท้องตลาด เช่น ราดหน้าคลุกไข่ นำเส้นก๋วยเตี๋ยวชุบกับไข่สดแล้วค่อยทอด เสริมด้วยเมนูอื่นๆ เช่น ราดหน้าทะเล ผัดซีอิ้ว ข้าวผัด แฮกิ้น ทอดมันกุ้ง ฯลฯ
ผัดเส้นให้มีกลิ่นหอมไหม้อ่อนๆ
“ร้านได้การตอบรับของลูกค้าดีขึ้นสม่ำเสมอ ลูกค้าหลักเป็นกลุ่มครอบครัว และคนทำงาน เฉลี่ยต่อคนจะกินในร้านประมาณ 70 บาท พร้อมกับซื้อกลับไปบ้าน เบ็ดเสร็จ ใช้จ่ายประมาณ 100 บาทต่อคน รายได้เฉพาะสาขานี้ประมาณหนึ่งหมื่นบาทต่อวัน” ฌานิน เล่า

ราดหน้าไข่เจียว
จากนั้น ได้ขยายสาขาเพิ่มอีก 4 แห่ง เปิดด้วยตัวเอง 2 แห่ง คือ สาขาตลาดต้นสน สาขาศูนย์อาหาร ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ และอีก 2 สาขา เปิดลักษณะขายแฟรนไชส์ คือ สาขาเบญจจินดา บางเขน และสาขา ซ.ปรีดีพนมยงค์ ทุกแห่งมียอดขายเฉลี่ย 4,000-5,000 บาทต่อวัน
ภายในร้านสาขาถนนสิรินธร ใกล้สี่แยกบางพลัด
เขา ระบุสาเหตุการขยายแฟรนไชส์ มาจากเห็นช่องว่างที่ยังไม่มีแฟรนไชส์ราดหน้าเจ้าใดเลยเป็นเจ้าตลาดอย่างเด่นชัด อีกทั้ง คู่แข่งใน
เปิดร้านขายราดหน้าแฟรนไชส์
ตลาดยังมีอยู่น้อย ยิ่งเจาะจงเป็นราดหน้าที่ยกระดับเป็นแบบร้านเพื่อลูกค้าระดับกลางขึ้นไปยังไม่มีเจ้าใดเลย
ปัจจัยดังกล่าว เมื่อรวมกับชื่อเสียงร้าน ยอดขายที่ดีทุกสาขา นอกจากนั้น บริษัทมีพื้นฐานทำธุรกิจอาหารอีกหลายด้าน โดยเฉพาะแฟรนไชส์พิซซ่า “Spicchio” ทำให้เชื่อว่า ด้วยปัจจัยพร้อมทุกด้าน สามารถต่อยอดธุรกิจเปิดขายแฟรนไชส์ราดหน้าอาหลิวได้
เงื่อนไขแฟรนไชส์ราดหน้าอาหลิว เงินลงทุนเบื้องต้น ประมาณ 140,000 บาท แบ่งเป็นค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 40,000 บาท อายุสัญญา 5 ปี ค่าอุปกรณ์ครบถ้วนภายในร้าน 60,000 บาท และค่าออกแบบตกแต่งสถานที่ 40,000 บาท อย่างไรก็ตาม อัตราดังกล่าว อาจจะปรับขึ้นลงแล้วแต่ขนาดพื้นที่และทำเลร้าน
รูปแบบแฟรนไชส์เจาะจงต้องเปิดเป็น “ร้าน” เท่านั้น ตกแต่งร้านให้ดูดี และสะอาด เหมาะสมกับลูกค้าเป้าหมายกลุ่มคนระดับกลางขึ้นไป ขณะที่ทำเล ควรอยู่ในจุดที่มีคนสัญจรผ่านสม่ำเสมอ และต้องมีที่จอดรถ

ระบบดูแลคุณภาพ กำหนดต้องรับวัตถุดิบหลักจากบริษัท 3 อย่าง ได้แก่ 1.หมูหมัก ในราคากิโลกรัมละ 140 บาท 2.น้ำซุปแป้งราดหน้า และ 3.เต้าเจี้ยวกับกระเทียมบด ซึ่งทั้ง 3 วัตถุดิบนี้จะเป็นตัวกำหนดรสชาติความอร่อย ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ใช้วิธีแนะนำการเลือกซื้อ
นอกจากนั้น หัวใจสำคัญที่สุด คือ คัดเลือกผู้มาร่วมธุรกิจ เจาะจงต้องเป็นคนมีใจอยากเป็นผู้ประกอบการจริงๆ และลงมือทำด้วยตัวเอง โดยก่อนเปิดร้านมีเงื่อนไข ต้องมาฝึกงานที่ร้านต้นแบบ 1 เดือน เพื่อเรียนรู้ทั้งวิธีทำต่างๆ เช่น ผัดเส้นให้หอมกลิ่นไหม้อ่อนๆ การทำผักกรอบสด การบริหารร้าน ดูแลต้นทุน เป็นต้น
และหลังจากเปิดร้านของตัวเองแล้ว จะมีทีมซุ่มตรวจคุณภาพสม่ำเสมอ และมีรถแช่เย็นวิ่งส่งวัตถุดิบให้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
เจ้าของธุรกิจ เผยด้วยว่า เบื้องต้น สาขาแฟรนไชส์จะมีเฉพาะเมนูราดหน้าหมูอย่างเดียว เพื่อสะดวกต่อการดูแลมาตรฐาน กำหนดราคาขายปลีก ชามละ 30-35 บาท ต้นทุนอยู่ที่ชามละประมาณ 45-50% เมื่อคำนวณจากยอดขายเฉลี่ยร้านต้นแบบ ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อวัน แฟรนไชส์จะมียอดขายรวม 120,000-150,000 บาทต่อเดือน เมื่อหักค่าวัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค และค่าพนักงาน จะเหลือกำไรสุทธิ ประมาณ 20,000-30,000 บาทต่อเดือน อัตราคืนทุนอยู่ที่ 5-7 เดือน
ขณะที่แผนส่งเสริมการตลาด ทางบริษัทจะออกงานแสดงสินค้าแนะนำแบรนด์ต่อเนื่อง รวมถึง จัดโปรโมชั่นและออกเมนูใหม่เสมอ อีกทั้ง บริษัทยังได้รับคัดเลือกจากธนาคารกสิกรไทย ให้เป็นหนึ่งในธุรกิจที่จะได้รับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อลงทุนแฟรนไชส์ โดยวางเป้าหมาย ถึงสิ้นปีนี้ (2554) จะขยายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพิ่มอีก 6 สาขา
“แม้ราดหน้าจะเป็นอาหารที่ความถี่ในการกินจะน้อย อย่างมากสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แต่เมื่อเทียบกับความต้องการของลูกค้า และคู่แข่งที่ยังน้อย ผมเชื่อว่า มีช่องว่างที่เราจะแทรกตัวไปได้ โดยหัวใจสำคัญของการทำแฟรนไชส์ให้สำเร็จ ผมคิดว่าต้องไปพร้อมๆ กัน 5 ด้าน คือ ระบบบริหาร ตัวสินค้า บุคลากร โปรโมชั่น และการเงิน หากตัวใดตัวหนึ่งบกพร่องจะกระทบด้านอื่นๆ ตามไปด้วย ดังนั้น ผมพยายามทำทั้ง 5 ด้านให้พร้อมที่สุด” ฌานิน ระบุ
โทร.08-3036-8381 , 0-2652-2995
ขอบคุณบทความ เเละ ภาพจาก ผู้จัดการ